Our Work
สำรวจไอเดียการตกแต่งบ้าน คอนโด และพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่สะท้อนตัวตนผู้อยู่อาศัย ผ่านงานออกแบบที่ผสานฟังก์ชันและการผลิตที่ประณีตมาตรฐานโรงงาน
86 The Ivory Classic – Nirati คือผลงาน ออกแบบตกแต่งภายในบ้านสไตล์ Modern Classic ที่ผสานความเรียบง่ายของงานออกแบบร่วมสมัย เข้ากับเสน่ห์ของความคลาสสิกเหนือกาลเวลาได้อย่างลงตัว
แนวคิดหลักของบ้านหลังนี้คือการสร้างบรรยากาศที่โปร่ง โล่ง และสบายตา ผ่านการใช้โทนสีสว่างเป็นองค์ประกอบสำคัญ โดยเลือกใช้ สีขาวครีม (Ivory) เป็นโทนหลัก ตัดกับ ลายไม้สีอ่อน เพื่อเพิ่มมิติให้พื้นที่ พร้อมสร้างความรู้สึกอบอุ่น เป็นธรรมชาติ และน่าอยู่อาศัย
รายละเอียดของงานออกแบบถูกจัดวางอย่างพิถีพิถัน ทั้งสัดส่วนของเฟอร์นิเจอร์ เส้นสายของกรอบตกแต่ง และการเลือกใช้วัสดุ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างความหรูหราและความเรียบง่าย ทำให้บ้านดูมีระดับโดยไม่หนักหรืออึดอัดจนเกินไป
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือการออกแบบแสงภายในบ้าน โดยเน้นการเปิดรับ แสงธรรมชาติ ในช่วงกลางวัน และใช้ Warm Light ในช่วงกลางคืน เพื่อเสริมบรรยากาศที่อบอุ่น ผ่อนคลาย และเหมาะกับการใช้ชีวิตในทุกช่วงเวลา
86 The Ivory Classic – Nirati จึงเป็นตัวอย่างของงาน ตกแต่งภายในบ้านหรูสไตล์ Modern Classic ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงความสวยงาม แต่ยังตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอย่างครบถ้วน
ความหรูหราในบ้านหลังนี้จึงไม่ใช่ความโดดเด่น
แต่คือ “ความรู้สึกดีที่เกิดขึ้นทุกวัน”
Altitude Loft Residence คือบ้านที่สะท้อนเอกลักษณ์ของ Modern Loft House Design ผ่านการออกแบบบนพื้นที่สูง เพื่อเปิดมุมมองให้บ้านรับทั้งแสงธรรมชาติและลมได้อย่างเต็มที่ ด้วยการใช้ช่องเปิดและผนังกระจกขนาดใหญ่ ช่วยให้พื้นที่ภายในโปร่ง โล่ง และเชื่อมต่อกับบรรยากาศภายนอกอย่างเป็นธรรมชาติ
แนวคิดของบ้านหลังนี้พัฒนาขึ้นจากความต้องการของเจ้าของบ้านที่ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้เป็นทั้ง บ้านพักอาศัยสำหรับครอบครัว และพื้นที่ Workshop สำหรับต้อนรับแขกคนพิเศษ โดยมีการจัดสรรพื้นที่สำหรับ Coffee Cupping และมุมสนทนาเกี่ยวกับกาแฟในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
วัสดุหลักที่ใช้คือ ปูนเปลือย ซึ่งช่วยถ่ายทอดเอกลักษณ์ของงานสไตล์ Loft ได้อย่างชัดเจน ผสานกับวัสดุลายไม้โทนดิบที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่น และสร้างสมดุลให้พื้นที่ไม่แข็งกระด้างจนเกินไป
ผลลัพธ์คือบ้านที่มีบุคลิกชัดเจน เรียบ เท่ และร่วมสมัย แต่ยังคงความน่าอยู่ พร้อมรองรับทั้งการพักผ่อน การทำงาน และการใช้เวลาคุณภาพกับคนสำคัญในทุกวัน
Grand Noir Classic – Supalai คือผลงาน ออกแบบตกแต่งภายในบ้านสไตล์ Modern Classic ที่ถ่ายทอดความหรูหราผ่าน โทนสีดำลุ่มลึก พร้อมตีความความคลาสสิกใหม่ให้ร่วมสมัยมากขึ้น
จุดเด่นของบ้านหลังนี้อยู่ที่การใช้ ผนังตกแต่งคิ้วบัว และรายละเอียดตกแต่งที่สะท้อนกลิ่นอายของสไตล์คลาสสิก แต่ถูกลดทอนให้เรียบ เท่ และหนักแน่น เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่สง่างามและทันสมัยในเวลาเดียวกัน
ระบบแสง Warm Light ถูกออกแบบให้ช่วยขับมิติของเงาและพื้นผิววัสดุ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูอบอุ่น น่าค้นหา และมีเสน่ห์มากขึ้น รายละเอียดของผนังถูกพ่นสีอย่างประณีต ก่อนตัดด้วย ลามิเนตลายไม้ เพื่อเพิ่มความสมดุลระหว่างความเข้มของพื้นที่กับความอบอุ่นของวัสดุธรรมชาติ
นอกจากนี้ยังมีการใช้ โลหะสีทอง เป็นจุดเน้นของงานตกแต่ง เพื่อเสริมภาพลักษณ์ที่หรูหรา และสร้างความสมดุลกับโทนสีเข้มของพื้นที่โดยรวม
Grand Noir Classic – Supalai จึงเป็นบ้านที่สะท้อนงาน Interior Design Luxury Home ได้อย่างโดดเด่น ทั้งสง่างาม ลึกลับ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
Serene Navy Cottage ถ่ายทอดเสน่ห์ของบ้านสไตล์ Cottage ผ่านงานตกแต่งภายในที่ผสาน โทนสี Navy Blue กับความอบอุ่นของ ลายไม้ธรรมชาติ ได้อย่างลงตัว เกิดเป็นบรรยากาศที่เรียบง่าย อบอุ่น และเป็นกันเอง
พื้นที่ภายในถูกออกแบบในรูปแบบ Open Plan เพื่อเชื่อมต่อมุมนั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหาร และห้องครัวเข้าด้วยกัน ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความต่อเนื่อง และส่งเสริมความใกล้ชิดของสมาชิกภายในบ้าน
อีกหนึ่งจุดเด่นของบ้านคือการออกแบบ มุมหน้าต่างและที่นั่ง Built-in ให้เป็นพื้นที่พักผ่อนเล็ก ๆ สำหรับใช้งานจริงในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นมุมอ่านหนังสือ มุมนั่งเล่น หรือพื้นที่พักสายตาในช่วงเวลาสบาย ๆ
แนวคิดของบ้านหลังนี้เริ่มต้นจาก พฤติกรรมการใช้ชีวิตจริง มากกว่าการเน้นความสวยงามเพียงอย่างเดียว ทุกฟังก์ชันจึงถูกวางอย่างตั้งใจ เพื่อให้ใช้งานได้สะดวก อยู่สบาย และตอบโจทย์การอยู่อาศัยในระยะยาว
Serene Navy Cottage จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของงาน ออกแบบบ้านที่เน้นฟังก์ชันและความอบอุ่น พร้อมสร้างบรรยากาศที่สงบและน่าอยู่ในทุกวัน
The Warm Hide House คือการตีความงาน Mid-Century Interior Design ให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนที่อบอุ่น ท่ามกลางจังหวะชีวิตที่เร่งรีบของคนเมือง
แนวคิดของบ้านเริ่มต้นจาก “จังหวะของคนอยู่” มากกว่าความสวยงามเพียงอย่างเดียว พื้นที่นั่งเล่นจึงถูกวางให้เป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนา ขณะที่โต๊ะกลางทำหน้าที่รองรับทั้งกาแฟ เอกสาร และเรื่องราวเล็ก ๆ ระหว่างวัน
โครงสร้างภายในบ้านถูกออกแบบให้โปร่ง โล่ง และมีเส้นสายที่ชัดเจน ทำให้การใช้งานเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่เต็มไปด้วยแสงธรรมชาติ ไปจนถึงช่วงเวลาพักผ่อนหลังวันยาว ๆ โดยมี วัสดุลายไม้โทนดิบและโทนสีอบอุ่น ทำหน้าที่เป็นฉากหลังของชีวิตประจำวันอย่างเรียบง่ายและสบายใจ
พื้นที่ใช้สอยยังถูกออกแบบให้รับแสงจากช่องเปิดขนาดใหญ่ เพื่อให้เงาและพื้นผิวไม้เกิดมิติที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ขณะที่ของตกแต่งแนววินเทจช่วยสะท้อนรสนิยมของผู้อยู่อาศัยได้อย่างมีเอกลักษณ์
The Warm Hide House จึงไม่ใช่เพียงบ้านพักอาศัย แต่เป็น Safe Space ที่ผสานความเท่ของสไตล์ Mid-Century เข้ากับความอบอุ่นของคำว่า “บ้าน” ได้อย่างสมบูรณ์
Untimo’s Brunch & Bar คือผลงาน ออกแบบตกแต่งภายในร้านอาหารและคาเฟ่ ที่ถูกพัฒนาให้เป็นพื้นที่กึ่งคาเฟ่กึ่งบาร์ สามารถเปลี่ยนอารมณ์และบรรยากาศได้ตามช่วงเวลาของวัน
กรอบหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติในช่วงกลางวัน ก่อนเปลี่ยนเป็นบรรยากาศอบอุ่น นุ่มลึก และผ่อนคลายในช่วงค่ำ การออกแบบจึงเน้น โทนสีธรรมชาติ ที่ให้ความรู้สึกสบายตา ไม่เบื่อง่าย และสามารถเปลี่ยนคาแรกเตอร์ของพื้นที่ได้ตามแสงที่ตกกระทบ
พื้นที่ใช้สอยภายในร้านถูกจัดวางให้โอบล้อมแกนกลางด้วยต้นไม้สีเขียว เปรียบเสมือนโอเอซิสเล็ก ๆ ภายในร้าน ขณะที่ ม้านั่ง Built-in และเก้าอี้ทรงโค้งถูกออกแบบให้รองรับสรีระ เพื่อให้ลูกค้านั่งได้อย่างผ่อนคลาย ไม่ว่าจะมาคนเดียว มาทำงาน หรือมาพบปะกับเพื่อน
แนวคิดของโครงการเริ่มจากคำถามว่า “ผู้คนใช้พื้นที่แตกต่างกันอย่างไรในหนึ่งวัน” ส่งผลให้ร้านแห่งนี้สามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งมุมกาแฟเงียบ ๆ ในตอนเช้า พื้นที่พูดคุยในตอนบ่าย และบรรยากาศสำหรับการสังสรรค์ในช่วงเย็น
Untimo’s Brunch & Bar จึงไม่ใช่เพียงร้านอาหารหรือคาเฟ่ แต่เป็นพื้นที่ที่ปรับตัวเข้ากับ ไลฟ์สไตล์ของผู้คน ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
86 The Ivory Classic – Nirati คือผลงาน ออกแบบตกแต่งภายในบ้านสไตล์ Modern Classic ที่ผสานความเรียบง่ายของงานออกแบบร่วมสมัย เข้ากับเสน่ห์ของความคลาสสิกเหนือกาลเวลาได้อย่างลงตัว
แนวคิดหลักของบ้านหลังนี้คือการสร้างบรรยากาศที่โปร่ง โล่ง และสบายตา ผ่านการใช้โทนสีสว่างเป็นองค์ประกอบสำคัญ โดยเลือกใช้ สีขาวครีม (Ivory) เป็นโทนหลัก ตัดกับ ลายไม้สีอ่อน เพื่อเพิ่มมิติให้พื้นที่ พร้อมสร้างความรู้สึกอบอุ่น เป็นธรรมชาติ และน่าอยู่อาศัย
รายละเอียดของงานออกแบบถูกจัดวางอย่างพิถีพิถัน ทั้งสัดส่วนของเฟอร์นิเจอร์ เส้นสายของกรอบตกแต่ง และการเลือกใช้วัสดุ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างความหรูหราและความเรียบง่าย ทำให้บ้านดูมีระดับโดยไม่หนักหรืออึดอัดจนเกินไป
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือการออกแบบแสงภายในบ้าน โดยเน้นการเปิดรับ แสงธรรมชาติ ในช่วงกลางวัน และใช้ Warm Light ในช่วงกลางคืน เพื่อเสริมบรรยากาศที่อบอุ่น ผ่อนคลาย และเหมาะกับการใช้ชีวิตในทุกช่วงเวลา
86 The Ivory Classic – Nirati จึงเป็นตัวอย่างของงาน ตกแต่งภายในบ้านหรูสไตล์ Modern Classic ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงความสวยงาม แต่ยังตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอย่างครบถ้วน
ความหรูหราในบ้านหลังนี้จึงไม่ใช่ความโดดเด่น
แต่คือ “ความรู้สึกดีที่เกิดขึ้นทุกวัน”
Altitude Loft Residence คือบ้านที่สะท้อนเอกลักษณ์ของ Modern Loft House Design ผ่านการออกแบบบนพื้นที่สูง เพื่อเปิดมุมมองให้บ้านรับทั้งแสงธรรมชาติและลมได้อย่างเต็มที่ ด้วยการใช้ช่องเปิดและผนังกระจกขนาดใหญ่ ช่วยให้พื้นที่ภายในโปร่ง โล่ง และเชื่อมต่อกับบรรยากาศภายนอกอย่างเป็นธรรมชาติ
แนวคิดของบ้านหลังนี้พัฒนาขึ้นจากความต้องการของเจ้าของบ้านที่ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้เป็นทั้ง บ้านพักอาศัยสำหรับครอบครัว และพื้นที่ Workshop สำหรับต้อนรับแขกคนพิเศษ โดยมีการจัดสรรพื้นที่สำหรับ Coffee Cupping และมุมสนทนาเกี่ยวกับกาแฟในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
วัสดุหลักที่ใช้คือ ปูนเปลือย ซึ่งช่วยถ่ายทอดเอกลักษณ์ของงานสไตล์ Loft ได้อย่างชัดเจน ผสานกับวัสดุลายไม้โทนดิบที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่น และสร้างสมดุลให้พื้นที่ไม่แข็งกระด้างจนเกินไป
ผลลัพธ์คือบ้านที่มีบุคลิกชัดเจน เรียบ เท่ และร่วมสมัย แต่ยังคงความน่าอยู่ พร้อมรองรับทั้งการพักผ่อน การทำงาน และการใช้เวลาคุณภาพกับคนสำคัญในทุกวัน
Grand Noir Classic – Supalai คือผลงาน ออกแบบตกแต่งภายในบ้านสไตล์ Modern Classic ที่ถ่ายทอดความหรูหราผ่าน โทนสีดำลุ่มลึก พร้อมตีความความคลาสสิกใหม่ให้ร่วมสมัยมากขึ้น
จุดเด่นของบ้านหลังนี้อยู่ที่การใช้ ผนังตกแต่งคิ้วบัว และรายละเอียดตกแต่งที่สะท้อนกลิ่นอายของสไตล์คลาสสิก แต่ถูกลดทอนให้เรียบ เท่ และหนักแน่น เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่สง่างามและทันสมัยในเวลาเดียวกัน
ระบบแสง Warm Light ถูกออกแบบให้ช่วยขับมิติของเงาและพื้นผิววัสดุ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูอบอุ่น น่าค้นหา และมีเสน่ห์มากขึ้น รายละเอียดของผนังถูกพ่นสีอย่างประณีต ก่อนตัดด้วย ลามิเนตลายไม้ เพื่อเพิ่มความสมดุลระหว่างความเข้มของพื้นที่กับความอบอุ่นของวัสดุธรรมชาติ
นอกจากนี้ยังมีการใช้ โลหะสีทอง เป็นจุดเน้นของงานตกแต่ง เพื่อเสริมภาพลักษณ์ที่หรูหรา และสร้างความสมดุลกับโทนสีเข้มของพื้นที่โดยรวม
Grand Noir Classic – Supalai จึงเป็นบ้านที่สะท้อนงาน Interior Design Luxury Home ได้อย่างโดดเด่น ทั้งสง่างาม ลึกลับ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
Serene Navy Cottage ถ่ายทอดเสน่ห์ของบ้านสไตล์ Cottage ผ่านงานตกแต่งภายในที่ผสาน โทนสี Navy Blue กับความอบอุ่นของ ลายไม้ธรรมชาติ ได้อย่างลงตัว เกิดเป็นบรรยากาศที่เรียบง่าย อบอุ่น และเป็นกันเอง
พื้นที่ภายในถูกออกแบบในรูปแบบ Open Plan เพื่อเชื่อมต่อมุมนั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหาร และห้องครัวเข้าด้วยกัน ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความต่อเนื่อง และส่งเสริมความใกล้ชิดของสมาชิกภายในบ้าน
อีกหนึ่งจุดเด่นของบ้านคือการออกแบบ มุมหน้าต่างและที่นั่ง Built-in ให้เป็นพื้นที่พักผ่อนเล็ก ๆ สำหรับใช้งานจริงในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นมุมอ่านหนังสือ มุมนั่งเล่น หรือพื้นที่พักสายตาในช่วงเวลาสบาย ๆ
แนวคิดของบ้านหลังนี้เริ่มต้นจาก พฤติกรรมการใช้ชีวิตจริง มากกว่าการเน้นความสวยงามเพียงอย่างเดียว ทุกฟังก์ชันจึงถูกวางอย่างตั้งใจ เพื่อให้ใช้งานได้สะดวก อยู่สบาย และตอบโจทย์การอยู่อาศัยในระยะยาว
Serene Navy Cottage จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของงาน ออกแบบบ้านที่เน้นฟังก์ชันและความอบอุ่น พร้อมสร้างบรรยากาศที่สงบและน่าอยู่ในทุกวัน
The Warm Hide House คือการตีความงาน Mid-Century Interior Design ให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนที่อบอุ่น ท่ามกลางจังหวะชีวิตที่เร่งรีบของคนเมือง
แนวคิดของบ้านเริ่มต้นจาก “จังหวะของคนอยู่” มากกว่าความสวยงามเพียงอย่างเดียว พื้นที่นั่งเล่นจึงถูกวางให้เป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนา ขณะที่โต๊ะกลางทำหน้าที่รองรับทั้งกาแฟ เอกสาร และเรื่องราวเล็ก ๆ ระหว่างวัน
โครงสร้างภายในบ้านถูกออกแบบให้โปร่ง โล่ง และมีเส้นสายที่ชัดเจน ทำให้การใช้งานเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่เต็มไปด้วยแสงธรรมชาติ ไปจนถึงช่วงเวลาพักผ่อนหลังวันยาว ๆ โดยมี วัสดุลายไม้โทนดิบและโทนสีอบอุ่น ทำหน้าที่เป็นฉากหลังของชีวิตประจำวันอย่างเรียบง่ายและสบายใจ
พื้นที่ใช้สอยยังถูกออกแบบให้รับแสงจากช่องเปิดขนาดใหญ่ เพื่อให้เงาและพื้นผิวไม้เกิดมิติที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ขณะที่ของตกแต่งแนววินเทจช่วยสะท้อนรสนิยมของผู้อยู่อาศัยได้อย่างมีเอกลักษณ์
The Warm Hide House จึงไม่ใช่เพียงบ้านพักอาศัย แต่เป็น Safe Space ที่ผสานความเท่ของสไตล์ Mid-Century เข้ากับความอบอุ่นของคำว่า “บ้าน” ได้อย่างสมบูรณ์
Untimo’s Brunch & Bar คือผลงาน ออกแบบตกแต่งภายในร้านอาหารและคาเฟ่ ที่ถูกพัฒนาให้เป็นพื้นที่กึ่งคาเฟ่กึ่งบาร์ สามารถเปลี่ยนอารมณ์และบรรยากาศได้ตามช่วงเวลาของวัน
กรอบหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติในช่วงกลางวัน ก่อนเปลี่ยนเป็นบรรยากาศอบอุ่น นุ่มลึก และผ่อนคลายในช่วงค่ำ การออกแบบจึงเน้น โทนสีธรรมชาติ ที่ให้ความรู้สึกสบายตา ไม่เบื่อง่าย และสามารถเปลี่ยนคาแรกเตอร์ของพื้นที่ได้ตามแสงที่ตกกระทบ
พื้นที่ใช้สอยภายในร้านถูกจัดวางให้โอบล้อมแกนกลางด้วยต้นไม้สีเขียว เปรียบเสมือนโอเอซิสเล็ก ๆ ภายในร้าน ขณะที่ ม้านั่ง Built-in และเก้าอี้ทรงโค้งถูกออกแบบให้รองรับสรีระ เพื่อให้ลูกค้านั่งได้อย่างผ่อนคลาย ไม่ว่าจะมาคนเดียว มาทำงาน หรือมาพบปะกับเพื่อน
แนวคิดของโครงการเริ่มจากคำถามว่า “ผู้คนใช้พื้นที่แตกต่างกันอย่างไรในหนึ่งวัน” ส่งผลให้ร้านแห่งนี้สามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งมุมกาแฟเงียบ ๆ ในตอนเช้า พื้นที่พูดคุยในตอนบ่าย และบรรยากาศสำหรับการสังสรรค์ในช่วงเย็น
Untimo’s Brunch & Bar จึงไม่ใช่เพียงร้านอาหารหรือคาเฟ่ แต่เป็นพื้นที่ที่ปรับตัวเข้ากับ ไลฟ์สไตล์ของผู้คน ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
Urban Raw Residence คือการตีความแนวคิดของคำว่า “ความดิบ” ในบริบทของ บ้านพักอาศัยในเมือง ไม่ใช่ความแข็งกระด้าง แต่คือความซื่อสัตย์ของวัสดุและโครงสร้างที่แสดงตัวตนอย่างตรงไปตรงมา
แนวคิดหลักของบ้านหลังนี้คือการ คงวัสดุเดิมของตัวบ้านให้ได้มากที่สุด เพื่อรักษาเสน่ห์ของพื้นผิวจริง ไม่ว่าจะเป็น พื้นคอนกรีต ผนังเรียบ โครงเหล็กสีดำ และคานไม้เปลือย ซึ่งถูกจัดวางอย่างตั้งใจให้เห็นระบบโครงสร้างสถาปัตยกรรมอย่างชัดเจน
ในขณะเดียวกัน การใช้โทนไม้และวัสดุเนื้อธรรมชาติยังช่วยลดทอนความแข็งของพื้นผิวดิบ ทำให้บ้านยังคงบรรยากาศที่อบอุ่น น่าอยู่ และเหมาะกับการใช้ชีวิตจริง
พื้นที่ภายในบ้านถูกออกแบบแบบ Open Plan เชื่อมต่อห้องครัว มุมนั่งเล่น และโต๊ะรับประทานอาหารเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการใช้ชีวิตที่ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ขณะที่ แสงธรรมชาติ ที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลาช่วยเติมมิติให้พื้นผิววัสดุดูมีชีวิตมากขึ้น
Urban Raw Residence จึงไม่ใช่บ้านที่ปกปิดความจริงของวัสดุ แต่เป็นบ้านที่ยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบอย่างงดงาม และเปิดพื้นที่ให้ชีวิตประจำวันดำเนินไปอย่างเรียบง่าย มีเอกลักษณ์ และเป็นธรรมชาติ